fbpx

พรีวิว Galaxy S20 Ultra 5G, Galaxy S20+, Galaxy S20 กับดีไซน์ใหม่ พร้อมสเปกระดับท็อป และกล้องที่ดียิ่งขึ้น

เปิดตัว Samsung Galaxy S20 Series เรียบร้อยแล้ว ต้องยอมรับว่า Samsung Galaxy S20 Series มีจุดเด่นที่น่าสนใจมากมาย และเปิดราคาออกมาได้น่าสนใจอีกด้วย

สวัสดีครับ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ทาง Samsung ประเทศไทย ก็ได้แถลงข่าวเปิดตัว Samsung Galaxy S20 Series ทั้ง 3 รุ่น ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า Samsung Galaxy S20 Series มีจุดเด่นที่น่าสนใจมากมาย อีกทั้งยังเปิดราคาออกมาได้อย่างสมน้ำสมเนื้ออีกด้วย ในวันนี้ก็ถือเป็นโอกาสอันดี ทางทีมงาน StepGeek.TV จึงได้จัดทำบทความพรีวิวมาให้ทุกท่านได้รับชมกัน หากพร้อมกันแล้ว ขอเชิญรับชมกันได้เลย

สเปกเครื่องแบบคร่าวๆ ของ Samsung Galaxy S20 Ultra 5G

– ตัวเครื่องแบบกระจก (Metal-Glass)
– ขนาดของตัวเครื่อง 167x76x8.8 มิลลิเมตร กับน้ำหนักเพียง 221 กรัม
– ตัวเครื่องกันน้ำ-กันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
– รองรับเทคโนโลยี 5G
– ชิปเซ็ต Exynos 990 ใหม่ล่าสุดขนาด 7 นาโนเมตร
– หน่วยความจำภายในขนาด 128GB (UFS 3.0) และสามารถเพิ่มการ์ด microSD ได้สูงสุด 1TB
– หน่วยความจำแรมขนาด 12GB แบบ LPDDR5
– ระบบปฏิบัติการ Android 10 (One UI 2.0)
– หน้าจอแสดงผลแบบ Dynamic AMOLED Infinity O-Display ความละเอียด 3200×1440 พิกเซล (511ppi) อัตราส่วน 20:9 บนขนาด 6.9 นิ้ว พร้อมครอบทับด้วยกระจกแบบ 2.5D Gorilla Glass 6
– หน้าจอแสดงผลมีค่า Refresh Rate ที่ 120Hz กับ Touch Response 240Hz
– กล้องถ่ายภาพด้านหน้าความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รองรับ Night Mode และถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K Ultra HD 60fps
– กล้องถ่ายภาพด้านหลัง 4 เลนส์ (Quad-Camera) โดยกล้องตัวแรกมีความละเอียด 108 ล้านพิกเซล ซึ่งใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ Samsung S5KHM1 ที่มีขนาด 1/1.3 นิ้ว, กล้องตัวที่สองความละเอียด 48 ล้านพิกเซล (Telephoto), กล้องตัวที่สามความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (Ultra-Wide) และมีเลนส์ TOF สำหรับช่วยวัดระยะ นอกจากนี้ ยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหว, รองรับ AI Scene, รองรับ Optical Zoom 10x กับ Digital Zoom สูงสุด 100x, รองรับระบบป้องกันการสั่นไหวแบบ Super Steady Anti Rolling สำหรับถ่ายวิดีโอที่ดีขึ้นกว่าเดิม, ถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ 8K 24fps, รองรับฟีเจอร์ Single Take ถ่ายภาพกับวิดีโอพร้อมกันผ่าน AI, รองรับฟังก์ชัน Custom Filter ที่สามารถก็อบ Filter จากภาพต้นแบบ ไปใช้กับอีกภาพได้ทันที, สามารถสลับกล้องหน้า-หลัง ได้ทันทีขณะบันทึกวิดีโอ และไฟแฟลช LED
– มีระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition) และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอ
– วีดีโอคอล Google Duo แบบ 5G
– ลำโพงเสียงภายนอกแบบคู่ พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos by AKG
– แบตเตอรี่ขนาด 5000 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีการชาร์จความเร็วสูงแบบ 45W
– มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Cosmic Black และ Cosmic Grey

สเปกเครื่องแบบคร่าวๆ ของ Samsung Galaxy S20+

– ตัวเครื่องแบบกระจก (Metal-Glass)
– ขนาดของตัวเครื่อง 162x74x7.8 มิลลิเมตร กับน้ำหนักเพียง 188 กรัม
– ตัวเครื่องกันน้ำ-กันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
– รองรับเทคโนโลยี 4G
– ชิปเซ็ต Exynos 990 ใหม่ล่าสุดขนาด 7 นาโนเมตร
– หน่วยความจำภายในขนาดขนาด 128GB (UFS 3.0) และสามารถเพิ่มการ์ด microSD ได้สูงสุด 1TB
– หน่วยความจำแรมขนาด 8GB แบบ LPDDR5
– หน้าจอแสดงผลแบบ Dynamic AMOLED Infinity O-Display ความละเอียด 3200×1440 พิกเซล (525ppi) อัตราส่วน 20:9 บนขนาด 6.7 นิ้ว พร้อมครอบทับด้วยกระจกแบบ 2.5D Gorilla Glass 6
– หน้าจอแสดงผลมีค่า Refresh Rate ที่ 120Hz กับ Touch Response 240Hz
– กล้องถ่ายภาพด้านหน้าความละเอียด 10 ล้านพิกเซล รองรับ Night Mode และถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K Ultra HD 60fps
– กล้องถ่ายภาพด้านหลัง 4 เลนส์ (Quad-Camera) โดยกล้องตัวแรกมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่สองความละเอียด 64 ล้านพิกเซล (Telephoto), กล้องตัวที่สามความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (Ultra-Wide) และมีเลนส์ TOF สำหรับช่วยวัดระยะ นอกจากนี้ ยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหว, รองรับ AI Scene, รองรับ Optical Zoom 3x กับ Digital Zoom สูงสุด 30x, รองรับระบบป้องกันการสั่นไหวแบบ Super Steady Anti Rolling สำหรับถ่ายวิดีโอที่ดีขึ้นกว่าเดิม, ถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ 8K 24fps, รองรับฟีเจอร์ Single Take ถ่ายภาพกับวิดีโอพร้อมกันผ่าน AI, รองรับฟังก์ชัน Custom Filter ที่สามารถก็อบ Filter จากภาพต้นแบบ ไปใช้กับอีกภาพได้ทันที, สามารถสลับกล้องหน้า-หลัง ได้ทันทีขณะบันทึกวิดีโอ, รองรับ AR Doodle สำหรับวาดภาพผ่านการถ่ายวิดีโอ และไฟแฟลช LED
– มีระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition) และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอ
– วีดีโอคอล Google Duo
– ลำโพงเสียงภายนอกแบบคู่ พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos by AKG
– แบตเตอรี่ขนาด 4500 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีการชาร์จความเร็วสูงแบบ 25W
– มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Cosmic Black, Cosmic Blue และ Cosmic Grey

สเปกเครื่องแบบคร่าวๆ ของ Samsung Galaxy S20

– ตัวเครื่องแบบกระจก (Metal-Glass)
– ขนาดของตัวเครื่อง 152x68x7.9 มิลลิเมตร กับน้ำหนักเพียง 164 กรัม
– ตัวเครื่องกันน้ำ-กันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
– รองรับเทคโนโลยี 4G
– ชิปเซ็ต Exynos 990 ใหม่ล่าสุดขนาด 7 นาโนเมตร
– หน่วยความจำภายในขนาด 128GB (UFS 3.0) และสามารถเพิ่มการ์ด microSD ได้สูงสุด 1TB
– หน่วยความจำแรมขนาด 8GB แบบ LPDDR5
– หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED Infinity O-Display ความละเอียด 3200×1440 พิกเซล (563ppi) อัตราส่วน 20:9 บนขนาด 6.2 นิ้ว พร้อมครอบทับด้วยกระจกแบบ 2.5D Gorilla Glass 6
– หน้าจอแสดงผลมีค่า Refresh Rate ที่ 120Hz กับ Touch Response 240Hz
– กล้องถ่ายภาพด้านหน้าความละเอียด 10 ล้านพิกเซล รองรับ Night Mode และถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K Ultra HD 60fps
– กล้องถ่ายภาพด้านหลัง 3 เลนส์ (Triple-Camera) โดยกล้องตัวแรกมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่สองความละเอียด 64 ล้านพิกเซล (Telephoto), กล้องตัวที่สามความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (Ultra-Wide) นอกจากนี้ ยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหว, รองรับ AI Scene, รองรับ Optical Zoom 3x กับ Digital Zoom สูงสุด 30x, รองรับระบบป้องกันการสั่นไหวแบบ Super Steady Anti Rolling สำหรับถ่ายวิดีโอที่ดีขึ้นกว่าเดิม, ถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ 8K 24fps, รองรับฟีเจอร์ Single Take ถ่ายภาพกับวิดีโอพร้อมกันผ่าน AI, รองรับฟังก์ชัน Custom Filter ที่สามารถก็อบ Filter จากภาพต้นแบบ ไปใช้กับอีกภาพได้ทันที, สามารถสลับกล้องหน้า-หลัง ได้ทันทีขณะบันทึกวิดีโอ และไฟแฟลช LED
– มีระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition) และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอแบบ
– วีดีโอคอล Google Duo
– ลำโพงเสียงภายนอกแบบคู่ พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos by AKG
– แบตเตอรี่ขนาด 4000 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีการชาร์จความเร็วสูงแบบ 25W
– มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Cosmic Grey, Cloud Blue และ Cloud Pink

ฟีเจอร์เด่นของ Samsung Galaxy S20 Series

ในครั้งนี้ทาง Samsung ประเทศไทย ได้นำมาจำหน่ายด้วยกัน 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ Samsung Galaxy S20 Ultra 5G, Samsung Galaxy S20+ และ Samsung Galaxy S20

ดีไซน์การวางตำแหน่งกล้องของ Samsung Galaxy S20 Series เรียกว่า Iconic Squad Camera

หน้าจอแสดงผลของ Samsung Galaxy S20 Series มาค่า Refresh Rate อยู่ที่ 120Hz

กล้องดิจิทัลด้านหลังของทั้ง 3 รุ่น มีฟังก์ชันใหม่อย่าง Single Take คือการการถ่ายภาพ พร้อมกับถ่ายวิดีโอในเวลาเดียวกัน เพื่อไม่ให้พลาดช็อตที่ต้องการ

นอกจากนี้ ยังรองรับการถ่ายวิดีโอที่ระดับ 8K 24fps อีกด้วย

และที่พิเศษไปกว่านั้นคือ ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพขณะถ่ายวิดีโอ 8K ได้ผ่านฟังก์ชัน 8K Video Snap โดยภาพที่ได้จะมีความคมชัดที่ระดับ 33 ล้านพิกเซล เลยทีเดียว

และยังมาพร้อมกับระบบป้องกันการสั่นไหวแบบ Super Steady Anti Rolling สำหรับถ่ายวิดีโอที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยสามารถกันสั่นได้แม้เครื่องเอียงระดับ 60 องศา

อีกหนึ่งความสามารถคือ มีโหมด Night Action Cam สำหรับถ่ายวิดีโอในสภาวะแสงน้อยออกมาได้อย่างคมชัด

Samsung Galaxy S20 Ultra 5G นั้นรองรับการซูมได้สูงสุด 100x ส่วนอีก 2 รุ่นซูมได้สูดสุด 30x

เฉพาะ Galaxy S20 Ultra 5G ที่ใช้เซ็นเซอร์ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีการรวมเม็ดพิกเซล 9in1 ทำให้ได้เม็ดพิกเซลใหญ่ 2.4 ไมครอน

ในการถ่ายวิดีโอก็มีฟังก์ชันมารองรับมากมาย เช่น การใช้โหมดโปรในการถ่ายวิดีโอ หือการถ่าย Slow Motion

ฟังก์ชันพิเศษที่เพิ่มเข้ามาอย่าง Custom Filters ก็มีให้ใช้งานครบทั้ง 3 รุ่น โดยสามารถดูดโทนสีของภาพต้นแบบไปใช้อีกภาพได้ทันที นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชัน Hilight Reel ที่จะนำวิดีโอมาตัดเป็นช็อตๆ ให้ได้อย่างสะดวกสบาย

นอกจากนี้ ยังสามารถรวมภาพถ่ายที่มีการถ่ายคล้ายๆ หรือจากจุดเดียวกันให้เป็นอัลบั้มเดียวกัน เพื่อแยกความเป็นสัดเป็นส่วน

สมาร์ทโฟนทั้ง 3 รุ่น ใช้ชิปเซ็ต Exynos 990

และใช้หน่วยความจำแรมแบบใหม่ชื่อว่า LPDDR5 ข้อดีคือ ช่วยให้ใช้งานหลายๆ พร้อมกันได้อย่างไหลลื่น

แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ใช้งานได้ยาวนาน พร้อมรองรับ Wireless PowerShare ในการชาร์ตแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อื่นได้

มีฟังก์ชัน Music Share ซึ่งเป็นฟังก์ชันใหม่ที่ใช้งานได้เฉพาะอุปกรณ์ Galaxy ที่ใช้ Andoroid 10 โดยสามารถแชร์เพลงเข้ากับมือถือที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์จำพวกลำโพงโพงเพื่อเปิดเพลงได้ทันที และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องเพื่อเชื่อมกับอุปกรณ์

สเปกเครื่องของทั้ง 3 รุ่น

พรีวิว Samsung Galaxy S20

Samsung Galaxy S20 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED Infinity O-Display ความละเอียด 3200×1440 พิกเซล (563ppi) อัตราส่วน 20:9 บนขนาด 6.2 นิ้ว พร้อมครอบทับด้วยกระจกแบบ 2.5D Gorilla Glass 6 อีกทั้งยังรองรับมีค่า Refresh Rate ที่ 120Hz กับ Touch Response 240Hz และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอ

ด้านหน้าส่วนบนกล้องถ่ายภาพด้านหน้าความละเอียด 10 ล้านพิกเซล รองรับ Night Mode และถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K Ultra HD 60fps และเซ็นเซอร์ต่างๆ

ปุ่มการสั่งงานแบบ On Screen

ด้านล่างของเครื่องมีไมโครโฟน, ช่องเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และลำโพงเสียงภายนอก

ด้านบนมีไมโครโฟนตัวที่สอง และถาดใส่ซิมการ์ด

ด้านขวามีปุ่มเปิด-ปิด เครื่อง หรือล็อกหน้าจอ และปุ่มเพิ่ม-ลด ระดับเสียง

ด้านซ้ายไม่มีปุ่มการสั่งงานใดๆ

ด้านหลังมีกล้องถ่ายภาพด้านหลัง 3 เลนส์ (Triple-Camera) โดยกล้องตัวแรกมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่สองความละเอียด 64 ล้านพิกเซล (Telephoto), กล้องตัวที่สามความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (Ultra-Wide) นอกจากนี้ ยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหว, รองรับ AI Scene, รองรับ Optical Zoom 3x กับ Digital Zoom สูงสุด 30x, รองรับระบบป้องกันการสั่นไหวแบบ Super Steady Anti Rolling สำหรับถ่ายวิดีโอที่ดีขึ้นกว่าเดิม, ถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ 8K 24fps, รองรับฟีเจอร์ Single Take ถ่ายภาพกับวิดีโอพร้อมกันผ่าน AI, รองรับฟังก์ชัน Custom Filter ที่สามารถก็อบ Filter จากภาพต้นแบบ ไปใช้กับอีกภาพได้ทันที, สามารถสลับกล้องหน้า-หลัง ได้ทันทีขณะบันทึกวิดีโอ และไฟแฟลช LED

ผู้ใช้สามารถเลือกอัตราการรีเฟรชของหน้าจอได้ทั้ง 60Hz หรือ 120Hz

หน้าจอแสดงผลมีความละเอียดสูงสุด 3200×1440 พิกเซล

รองรับระบบสแกนใบหน้า และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ

มีหน่วยความจำแรมขนาด 8GB กับหน่วยความจำภายในขนาด 128GB

ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 10

กล้องดิจิทัลด้านหลังมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานมากมาย

พร้อมรับรองรับระบบป้องกันการสั่นไหวแบบ Super Steady Anti Rolling สำหรับถ่ายวิดีโอที่ดีขึ้นกว่าเดิม

กล้องดิจิทัลด้านหลังสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับ 8K ได้ หรือเลือกถ่ายที่ความละเอียด 4K Ultra HD 60fps ก็ได้เช่นกัน

กล้องดิจิทัลด้านหน้าสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับที่ความละเอียด 4K Ultra HD 60fps

โหมดถ่ายภาพมีให้เลือกใช้งานมากมาย

กล้องดิจิทัลด้านหน้าก็มีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานได้หลากหลายเช่นกัน

พรีวิว Samsung Galaxy S20+

Samsung Galaxy S20+ มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ Dynamic AMOLED Infinity O-Display ความละเอียด 3200×1440 พิกเซล (525ppi) อัตราส่วน 20:9 บนขนาด 6.7 นิ้ว พร้อมครอบทับด้วยกระจกแบบ 2.5D Gorilla Glass 6

ด้านหน้าส่วนบนกล้องถ่ายภาพด้านหน้าความละเอียด 10 ล้านพิกเซล รองรับ Night Mode และถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K Ultra HD 60fps และเซ็นเซอร์ต่างๆ

ปุ่มการสั่งงานแบบ On Screen

ด้านล่างของเครื่องมีไมโครโฟน, ช่องเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และลำโพงเสียงภายนอก

ด้านบนมีไมโครโฟนตัวที่สอง และถาดใส่ซิมการ์ด

ด้านซ้ายไม่มีปุ่มการสั่งงานใดๆ

ด้านขวามีปุ่มเปิด-ปิด เครื่อง หรือล็อกหน้าจอ และปุ่มเพิ่ม-ลด ระดับเสียง

ด้านหลังมีกล้องถ่ายภาพด้านหลัง 4 เลนส์ (Quad-Camera) โดยกล้องตัวแรกมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่สองความละเอียด 64 ล้านพิกเซล (Telephoto), กล้องตัวที่สามความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (Ultra-Wide) และมีเลนส์ TOF สำหรับช่วยวัดระยะ นอกจากนี้ ยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหว, รองรับ AI Scene, รองรับ Optical Zoom 3x กับ Digital Zoom สูงสุด 30x, รองรับระบบป้องกันการสั่นไหวแบบ Super Steady Anti Rolling สำหรับถ่ายวิดีโอที่ดีขึ้นกว่าเดิม, ถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ 8K 24fps, รองรับฟีเจอร์ Single Take ถ่ายภาพกับวิดีโอพร้อมกันผ่าน AI, รองรับฟังก์ชัน Custom Filter ที่สามารถก็อบ Filter จากภาพต้นแบบ ไปใช้กับอีกภาพได้ทันที, สามารถสลับกล้องหน้า-หลัง ได้ทันทีขณะบันทึกวิดีโอ, รองรับ AR Doodle สำหรับวาดภาพผ่านการถ่ายวิดีโอ และไฟแฟลช LED

ผู้ใช้สามารถเลือกอัตราการรีเฟรชของหน้าจอได้ทั้ง 60Hz หรือ 120Hz

รองรับระบบสแกนใบหน้า และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ

ขัลเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 10

กล้องดิจิทัลด้านหลังมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานมากมาย

มีฟังก์ชันใหม่อย่าง Single Take คือการการถ่ายภาพ พร้อมกับถ่ายวิดีโอในเวลาเดียวกัน เพื่อไม่ให้พลาดช็อตที่ต้องการ

มีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานหลากหลาย

พร้อมรองรับระบบป้องกันการสั่นไหวแบบ Super Steady Anti Rolling สำหรับถ่ายวิดีโอที่ดีขึ้นกว่าเดิม

กล้องดิจิทัลด้านหลังสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับ 8K ได้ หรือเลือกถ่ายที่ความละเอียด 4K Ultra HD 60fps ก็ได้เช่นกัน

กล้องดิจิทัลด้านหน้าสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับที่ความละเอียด 4K Ultra HD 60fps

ด้านโหมดถ่ายวิดีโอก็สามารถซูมได้สูงสุด 10x

กล้องดิจิทัลด้านหน้าก็มีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานได้หลากหลายเช่นกัน

พรีวิว Samsung Galaxy S20 Ultra 5G

Samsung Galaxy S20 Ultra 5G มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ Dynamic AMOLED Infinity O-Display ความละเอียด 3200×1440 พิกเซล (511ppi) อัตราส่วน 20:9 บนขนาด 6.9 นิ้ว พร้อมครอบทับด้วยกระจกแบบ 2.5D Gorilla Glass 6 พร้อมมีค่า Refresh Rate ที่ 120Hz กับ Touch Response 240Hz

ด้านหน้าส่วนบนมีกล้องถ่ายภาพด้านหน้าความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รองรับ Night Mode และถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K Ultra HD 60fps

ด้านหน้าส่วนล่างมีปุ่มการสั่งงานแบบ On Screen

ด้านล่างของเครื่องมีไมโครโฟน, ช่องเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และลำโพงเสียงภายนอก

ด้านบนมีไมโครโฟนตัวที่สอง และถาดใส่ซิมการ์ด

ด้านซ้ายไม่มีปุ่มการสั่งงานใดๆ

ด้านขวามีปุ่มเปิด-ปิด เครื่อง หรือล็อกหน้าจอ และปุ่มเพิ่ม-ลด ระดับเสียง

ตัวเครื่องมีดีไซน์ที่สวยงาม

ด้านหลังของเครื่องมีกล้องถ่ายภาพด้านหลัง 4 เลนส์ (Quad-Camera) โดยกล้องตัวแรกมีความละเอียด 108 ล้านพิกเซล ซึ่งใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ Samsung S5KHM1 ที่มีขนาด 1/1.3 นิ้ว, กล้องตัวที่สองความละเอียด 48 ล้านพิกเซล (Telephoto), กล้องตัวที่สามความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (Ultra-Wide) และมีเลนส์ TOF สำหรับช่วยวัดระยะ นอกจากนี้ ยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหว, รองรับ AI Scene, รองรับ Optical Zoom 10x กับ Digital Zoom สูงสุด 100x, รองรับระบบป้องกันการสั่นไหวแบบ Super Steady Anti Rolling สำหรับถ่ายวิดีโอที่ดีขึ้นกว่าเดิม, ถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ 8K 24fps, รองรับฟีเจอร์ Single Take ถ่ายภาพกับวิดีโอพร้อมกันผ่าน AI, รองรับฟังก์ชัน Custom Filter ที่สามารถก็อบ Filter จากภาพต้นแบบ ไปใช้กับอีกภาพได้ทันที, สามารถสลับกล้องหน้า-หลัง ได้ทันทีขณะบันทึกวิดีโอ และไฟแฟลช LED

ผู้ใช้สามารถเลือกอัตราการรีเฟรชของหน้าจอได้ทั้ง 60Hz หรือ 120Hz

รองรับระบบสแกนใบหน้า และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ

มีหน่วยความจำแรมขนาด 12GB กับหน่วยความจำภายในขนาด 128GB

ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 10

กล้องดิจิทัลด้านหลังมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานมากมาย

พร้อมรับรองรับระบบป้องกันการสั่นไหวแบบ Super Steady Anti Rolling สำหรับถ่ายวิดีโอที่ดีขึ้นกว่าเดิม

กล้องดิจิทัลด้านหลังสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับ 8K ได้ หรือเลือกถ่ายที่ความละเอียด 4K Ultra HD 60fps ก็ได้เช่นกัน

กล้องดิจิทัลด้านหน้าสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับที่ความละเอียด 4K Ultra HD 60fps

มีฟังก์ชันใหม่อย่าง Single Take คือการการถ่ายภาพ พร้อมกับถ่ายวิดีโอในเวลาเดียวกัน เพื่อไม่ให้พลาดช็อตที่ต้องการ

รองรับการซูมได้สูงสุด 100x

กล้องดิจิทัลด้านหน้าก็มีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานได้หลากหลายเช่นกัน

ตัวอย่างภาพถ่ายของ Samsung Galaxy S20

ตัวอย่างภาพโหมดปกติ
ตัวอย่างภาพโหมดปกติ
ตัวอย่างภาพมุมมองกว้าง
ภาพตัวอย่างการซูม 10x
ภาพตัวอย่างการซูม 30x
ตัวอย่างภาพเซลฟี่

ตัวอย่างภาพถ่ายของ Samsung Galaxy S20+

ตัวอย่างภาพโหมดปกติ
ตัวอย่างภาพมุมมองกว้าง
ภาพตัวอย่างการซูม 10x
ภาพตัวอย่างการซูม 30x
ตัวอย่างภาพเซลฟี่

ตัวอย่างภาพถ่ายของ Samsung Galaxy S20 Ultra 5G

ตัวอย่างภาพโหมดปกติ
ตัวอย่างภาพมุมมองกว้าง
ตัวอย่างภาพการซูม 10x
ตัวอย่างภาพการซูม 30x
ตัวอย่างภาพการซูม 100x
ตัวอย่างภาพเซลฟี่

ราคา และวันวางจำหน่ายในประเทศไทย

  • Samsung Galaxy S20 Ultra 5G รุ่น RAM 12GB + ROM 128GB ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 39,900 บาท
  • Samsung Galaxy S20+ 4G รุ่น RAM 8GB + ROM 128GB ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 31,900 บาท
  • Samsung Galaxy S20 4G รุ่น RAM 8GB + ROM 128GB ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 28,900 บาท

โดย Samsung Galaxy S20 Series นั้นจะเริ่มเปิดจองตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ไปจนถึงวันที่ 5 มีนาคม 2563 โดยผู้ที่สั่งจองจะได้รับ Galaxy Buds+ มูลค่า 4,990 บาท

สำหรับ Samsung Galaxy Z Flip ได้เปิดราคาออกมาที่ 44,900 บาท ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายครั้งแรกในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 จำนวน 200 เครื่อง และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 มีนาคม 2563 มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Mirror Black กับ Mirror Purple

ในส่วนของ Galaxy Bud+ มีแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นาน 11 ชั่วโมง โดยเปิดราคาออกมาที่ 149 ยูโร หรือประมาณ 4,990 บาท และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป

 

นำเสนอข่าวโดย :StepGeek.TV
ที่มา : Samsung

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

พรีวิว รีวิวมือถือ อุปกรณ์ไอที